อินเตอร์เน็ต (Internet) มาจากคำว่า "Inter Connection Network" คือ เครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่มีขนาดใหญ่ สามารถติดต่อสื่อสารและแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกันได้อย่างรวดเร็วทั่วโลก
ความเป็นมาของอินเทอร์เน็ต
เมื่อปี พ.ศ.2510 (ค.ศ.1967) ในช่วงที่ทั่วโลกยังหวาดกลัวสงครามนิวเคลียร์ กระทรวงกลาโหมของประเทศสหรัฐอเมริกา ต้องการที่จะสร้างระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์เพิ่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารระหว่างคอมพิวเตอร์ จึงได้รึเริ่มโครงการที่จะสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่มีความพิเศษคือ เมื่อเครือข่ายคอมพิวเตอร์บางส่วนถูกทำลายแต่เครือข่ายที่เหลืออยู่จะยังสามารถใช้งานได้ จึงทำให้เกิดโครงการ อาร์พาเน็ต (ARPANET)
ต่อมาในปี พ.ศ. 2512 เครือข่ายอาร์พาเน็ต ได้ถูกเชื่อมโยงเป็นเครือข่ายกับมหาวิทยาลัย 4 แห่งคือ 1. มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ที่ลอสอแนเจลิส
2. มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ที่ซานตา บาร์บารา
3. มหาวิทยาลัยยูทาห์
4. สถาบันวิจัยสแตนฟอร์ด
ซึ่งเครื่องคอมพิวเตอร์จากทั้ง 4 สถาบันเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ต่างชนิดกัน และใช้ระบบปฏิบัติการที่แตกต่างกันด้วย
อินเทอร์เน็ตในประเทศไทย
ปี พ.ศ. 2529 อาจารย์กาญจนา กาญจนสุต จากสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (AIT) ร่วมกับอาจารย์โทโมริ คิมูระ จากสถาบันเดียวกันสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์ โดยอาศัย
- โมเด็ม NEC ความเร็ว 2400 Baud
- เครื่องคอมพิวเตอร์พีซี NEC
- สายโทรศัพท์ทองแดง
การประยุกต์ใช้อินเทอร์เน็ต
ยุคปัจจุบันเกิดภาวะของการแข่งขันที่สูงในทุกๆ ด้าน ฉะนั้น มนุษย์จึงต้องการหาสิ่งที่จะเข้ามาช่วยเพื่อความสะดวก รวดเร็ว ยิ่งขึ้น จึงทำให้เกิดการบริการมากมายบนอินเทอร์เน็ตเพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในการทำงานหรือในชีวิตประจำวันของแต่ละบุคคล เช่น
การติดต่อสื่อสาร
การสื่อสารผ่านทางอินเทอร์เน็ตเป็นบริการที่ได้รับความนิยมมากที่สุด มีให้เลือกหลายรูปแบบ เช่น
- ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (E-mail)
การส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์นั้น สามารถส่งจดหมายได้ทั้งลักษณะข้อความ รูปภาพ ภาพเคลื่อนไหว การ์ดอวยพร เป็นต้น
2. สนทนาออนไลน์ (Chat)
ในเว็บไซต์ต่างๆ จะมีห้องสทนา หรือ Chat room เพื่อให้ได้เข้าไปคุย หรือ เป็นการหาเพื่อนใหม่ การบริการนี้เป็นที่นิยมมากในหมู่วัยรุ่นซึ่งต้องการมีเพื่อนคุย เป็นการหาประสบการณ์หาความรู้ หรือ แม้กระทั่งการหาเพื่อนที่รู้ใจ ก็สามารถใช้บริการนี้ได้
3. การสนทนาด้วยภาพและเสียง
นอกจากวิธีการสนทนาออนไลน์ (Chat) ที่เป็นการพิมพ์ข้อความโต้ตอบกันแล้วนั้นยังสามารถที่สามารถพูดคุยเสมือนกับใชโทรศัพท์พูดคุยทั่วไป แต่วิธีการสนทนาชนิดนี้จะต้องมีอุปกรณ์เพิ่มขึ้นมา เพื่อนเป็นการถ่ายทอดภาพและเสียงให้คู่สนทนาสามารถติดต่อสื่อสารกันได้ คือ การใช้ไมโครโฟนติดตั้งที่เครื่องคอมพิวเตอร์ เพื่อเป็นอุปกรณ์ถ่ายทอดเสียง
4. กระดานข่าว (Bulletin Board System : BBS)
เป็นบริการเสมือนบอร์ดข่าวสารที่ผู้ใช้สามารถที่จะเข้าไปแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารหรือความคิดเห็นกันได้ โดยมีหัวข้อเรื่องให้เลืแกตามความสนใจแต่ละบุคคล เปรียบเสมือนเวทีแสดงความคิดเห็นเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารกับผู้อื่นทั้วโลก ที่เรียกว่า "กลุ่มข่าว" (Newsgroup)
5. การส่ง SMS เข้ามือถือ
SMS : Short Message คือ การส่งข้อความเข้าไปยังเครื่องโทรศัพท์มือถือก็คืออีกรูปแบบหนึ่งของการสื่อสารในยุคของอินเทอร์เน็ต
การศึกษา
การท่องอินเทอร์เน็ตก็คือ การเดินเข้าไปยังห้องสมุดขนาดใหญ่ที่มีข้อมูลข่าวสารมากมายให้เราได้ค้นหา อินเทอร์เน็ตจึงมีความสำคัญมากในโลกของการศึกษาในยุคปัจจุบัน เพราะการค้นคว้าคือหัวใจในการศึกษาหาความรู้ ซึ่งบางครั้งข้อมูลต่างๆ ที่เราค้นหาได้มาจากห้องสมุดนั้นอาจจะยังไม่เพียงพอ ก็สามารถเข้าไปใช้บริการของอินเทอร์เน็ตเพื่อท่องเข้าไปยังห้องสมุดขนาดใหญ่ที่มีอยู่ทั่วโลก ทำให้เราได้ขูอมูลที่มากมายและทันสมัย โดยที่เราไม่ต้องเสียเวลาในการเดินทางไปยังห้องสมุดต่างๆเหล่านั้น ก็สามารถที่จะหาข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว
- การเรียนการสอนทางไกล (Distance Learning)
2. บทเรียนอิเล็กทรอนิกส์ (E-Learning)
บทเรียนอิเล็กทรอนิกส์ มีประโยช์เข้าไปค้นคว้า หรือ ศึกษาเพิ่มเติม หรือ แม้กระทั่งเรียกซ้ำนอกเหนือจากภายในห้องเรียนในเนื้อหาที่สนใจ แตาสามารถเรียนได้ด้วยตนเอง ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน หรือต้องการเรียนเมื่อไรก็สามารถที่จะทำได้
3. ห้องสมุดเสมือน (Virtual library)
เพื่อให้ผู้เรียนได้เข้าไปค้นคว้าหาข้อมูล บทความ ข่าวสาร ที่สนใจโดยผ่านทางเคือข่ายอินเทอร์เน็ต เป็นวิธีการที่สามารถเข้าถึงข้อมูลได้จากหลากหลายแหล่งข้อมูลทั่วโลก
ประโยชน์และโทษของอินเทอร์เน็ต
อินเทอร์เน็ตเป้นเทคโนจดลยีในการสื่อสารที่อิ้ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ใช้บริการแต่เป็นลักษณะของการสื่อสารผฟ่านทางอินเทอร์เน็ต
- สามารถติดต่อสื่อสารกับบุคคลอื่นได้ทั่วโลก
- สามารถค้นหาข้อมูลต่างๆได้เสมือนกับเราได้เข้าไปนั่งในห้องสมุดขนาดใหญ่ที่มีข้อมูลมากมาย
- เปรียบเสมือนเวทีให้ไปแสดงความคิดเห็นได้ภายในห้องสนทนา
- สามารถติดตามความเคลื่อนไหว ข่าวสาร จากทั่วโลกได้อย่างรวดเร็ว
- สามารถเปิดการค้าได้ด้วยตนเองโดยไม่ต้องหาสถานที่จัดตั้งร้านและพนักงานบริการ
- สามารถซื้อสินค้าโดยไม่ต้องเดินทางไปยังร้านค้า แต่สามารถสั่งซื้อผ่านทางเว็ปไซต์ใหบริการ
- สามารถรับ-ส่ง จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (E-mail) โดยส่งจดหมายไม่เสียค่าบริการ
- สามารถอ่านนิตยสาร หนังสือพิมพ์ บทความ และเรื่องราวต่างๆ ได้ฟรี เหมือนกับเราซื้อหนังสือ
- สามารถติประกาศข้อความต่างๆ ที่ต้องการประกาศให้ผู้อื่นได้ทราบ เช่น ประกาศ ขายบ้าน
- มีบริการฟรีอีกมากมายที่สามารถใช้ได้จากอินเทอร์เน็ต เช่น รูปภาพ เพลง ภาพเคลื่อนไหว
- อินเทอร์เน็ตเป็นเคือข่ายขนาดใหญ่ที่มีผู้คนมากมายทำให้ไม่รู้ว่าอันไหนคือเรื่องจริง
- เกิดปัญหาของการละเมิดสิทธิ เช่น การดาวโหลดหนัง
- ก่อให้เกิดปัญหาด้านอาชญากรรมจากการเล่นอินเทอร์เน็ต เช้น การล่อลวงผู้เหญิงไปในทางมิดี
- ก่อให้เกิดปัญหาการหมกมุ่นของเยวชนท่ีเข้าไปในเว็บไซต์ที่ไม่เป็นประโยชน์
มารยาทในการใช้อินเทอร์เน็ต เรียกว่า บัญญัติ 10 ประการของการใช้อินเทอร์เน็ต โดยอาจารย์ยืน ภู่วรวรรณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
- ต้องไม่ใช้คอมพิวเตอร์ทำร้าย หรือ ละเมิดผู้อื่น
- ต้องไม่รบกวนการทำงานของผู้อื่น
- ต้องไม่สอดแนม แก้ไข หรือ เปิดดูแฟ้มข้อมูลของผู้อื่น
- ต้องไม่ใช้คอมพิวเตอร์เพื่อการโจมกรรมข้อมูลข่าวสาร
- ต้องไม่ใช้คอมพิวเตอร์สร้างหลักฐานที่เป็นเท็จ
- ต้องไม่คัดลองโปรแกรมของผู้อื่นที่มีลิขสิทธิ์
- ต้องไม่ละเมิดการใช้ทรัพยากรคอมพิวเตอร์โดยที่ตนเองไม่มีสิทธิ์
- ต้องไม่นำเอาผลงานของผู้อื่นมาเป็นของตน
- ต้องคำนึงถึงผลที่จะเกิดขึ้นกับสังคมที่เกิดจากการกระทำของท่าน
- ต้องใช้คมพิวเตอร์โดยเคารพกฎระเบียบ กติกา และมีมารยาท
หน่วยงานที่มีบทบาทสำคัญต่อเครือข่ายอินเทอร์เน็ตของประเทศไทย ได้แก่
- การสื่อสารแห่งประเทศไทย ในฐานะผู้ผูกขนาดบริการวงจรสื่อสารระหว่างประเทศ
- ISP - Internet Service Providers หรือผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตเชิงพาณิชย์ทั้ง 17 ราย
- ผู้ใหบริการอินเทอร์เน็ตแบบไม่หวังผลกำไร เช่น SchoolNet
- THNIC ในฐานะผู้ให้บริการจดทะเบียนชื่อโดเมนสัญชาติไทย (.th)
- NECTEC หรือ ศุนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ
- ผู้ให้บริการวงจรสื่อสารภายในประเทศ ซึ่งมีหลายรายเช่น การสื่อสารแห่งประเทศไทย บริษัท ทศท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และบริษัทเอกชนอื่นๆ
แนวโน้มการใช้อินเทอร์เน็ต
ในอนาคตอินเทอร์เน็ตจะเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของมนุษย์มากขึ้นเพราะสิ่งที่อำนวยความสะดวกในการทำงานเพื่อทำให้งานเกิดประสิทธิภาพ
อินเทอร์เน็ตจึงเป็นการขยายโอกาสทางการค้าให้กับธุรกิจด้านต่างๆ ที่มิได้มีการซื้อ-ขาย
สินค้าเฉพาะภายในประเทศแต่สามารถขยายการค้าได้ทั่วโลกโดยผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น