วันพุธที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2556

บทที่1

ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการใช้อินเทอร์เน็ต
         
        อินเตอร์เน็ต (Internet) มาจากคำว่า "Inter Connection Network" คือ เครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่มีขนาดใหญ่ สามารถติดต่อสื่อสารและแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกันได้อย่างรวดเร็วทั่วโลก

ความเป็นมาของอินเทอร์เน็ต
        เมื่อปี พ.ศ.2510 (ค.ศ.1967) ในช่วงที่ทั่วโลกยังหวาดกลัวสงครามนิวเคลียร์ กระทรวงกลาโหมของประเทศสหรัฐอเมริกา ต้องการที่จะสร้างระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์เพิ่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารระหว่างคอมพิวเตอร์ จึงได้รึเริ่มโครงการที่จะสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่มีความพิเศษคือ เมื่อเครือข่ายคอมพิวเตอร์บางส่วนถูกทำลายแต่เครือข่ายที่เหลืออยู่จะยังสามารถใช้งานได้ จึงทำให้เกิดโครงการ อาร์พาเน็ต (ARPANET)
       ต่อมาในปี พ.ศ. 2512 เครือข่ายอาร์พาเน็ต ได้ถูกเชื่อมโยงเป็นเครือข่ายกับมหาวิทยาลัย 4 แห่งคือ   1. มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ที่ลอสอแนเจลิส
       2. มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ที่ซานตา บาร์บารา
       3. มหาวิทยาลัยยูทาห์
       4. สถาบันวิจัยสแตนฟอร์ด
       ซึ่งเครื่องคอมพิวเตอร์จากทั้ง 4 สถาบันเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ต่างชนิดกัน และใช้ระบบปฏิบัติการที่แตกต่างกันด้วย

อินเทอร์เน็ตในประเทศไทย

       ปี พ.ศ. 2529 อาจารย์กาญจนา  กาญจนสุต จากสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (AIT) ร่วมกับอาจารย์โทโมริ คิมูระ จากสถาบันเดียวกันสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์ โดยอาศัย
  •   โมเด็ม NEC ความเร็ว 2400 Baud
  •   เครื่องคอมพิวเตอร์พีซี NEC
  •   สายโทรศัพท์ทองแดง
       โดยเครือข่ายที่ได้วิ่งด้วยความเร็ว 1200-2400 Baud และมีเสียงดังมาก จากนั้นได้ปรับเปลี่ยนไปใช้บริการไทยแพค ของการสื่อสารแห่งประเทศไทย ซึ่งใช้เทคโนโลยี X.25 ผ่านการหมุนโทรศัพท์ไปยังศูนย์บริการของการสื่อสารปแห่งประเทศไทย ทำการรับส่งอีเมล์กับมหาวิทยาลัย โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น และมหาวิทยาลัยเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย โดยใช้โปรแกรม UUPC ตลอดจนส่งอีเมล์ไปยังบริษัท UUNET ที่เวอร์จิเนีย สหรัฐอเมริกา เพื่อนำมาใช้กับงานของอาจารย์และงานสอนนักศึกษาต่อไป

การประยุกต์ใช้อินเทอร์เน็ต

       ยุคปัจจุบันเกิดภาวะของการแข่งขันที่สูงในทุกๆ ด้าน ฉะนั้น มนุษย์จึงต้องการหาสิ่งที่จะเข้ามาช่วยเพื่อความสะดวก รวดเร็ว ยิ่งขึ้น จึงทำให้เกิดการบริการมากมายบนอินเทอร์เน็ตเพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในการทำงานหรือในชีวิตประจำวันของแต่ละบุคคล เช่น

การติดต่อสื่อสาร
        การสื่อสารผ่านทางอินเทอร์เน็ตเป็นบริการที่ได้รับความนิยมมากที่สุด มีให้เลือกหลายรูปแบบ เช่น
  1.  ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (E-mail)
          เป็นบริการเหมือนกับการรับ-ส่งจดหมายโดยผ่านบุรุษไปรษณีย์ แต่บุรุษไปรษณีย์ของการรับ-ส่งไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (E-mail) ก็คือเว็ปไซต์ต่างๆ ที่ได้สมัครเป็นสมาชิกเพื่อขอใช้บริการ
การส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์นั้น สามารถส่งจดหมายได้ทั้งลักษณะข้อความ รูปภาพ ภาพเคลื่อนไหว การ์ดอวยพร เป็นต้น

   2.   สนทนาออนไลน์ (Chat)
         ในเว็บไซต์ต่างๆ จะมีห้องสทนา หรือ Chat room เพื่อให้ได้เข้าไปคุย หรือ เป็นการหาเพื่อนใหม่ การบริการนี้เป็นที่นิยมมากในหมู่วัยรุ่นซึ่งต้องการมีเพื่อนคุย เป็นการหาประสบการณ์หาความรู้ หรือ แม้กระทั่งการหาเพื่อนที่รู้ใจ ก็สามารถใช้บริการนี้ได้

   3.  การสนทนาด้วยภาพและเสียง
        นอกจากวิธีการสนทนาออนไลน์ (Chat) ที่เป็นการพิมพ์ข้อความโต้ตอบกันแล้วนั้นยังสามารถที่สามารถพูดคุยเสมือนกับใชโทรศัพท์พูดคุยทั่วไป แต่วิธีการสนทนาชนิดนี้จะต้องมีอุปกรณ์เพิ่มขึ้นมา เพื่อนเป็นการถ่ายทอดภาพและเสียงให้คู่สนทนาสามารถติดต่อสื่อสารกันได้ คือ การใช้ไมโครโฟนติดตั้งที่เครื่องคอมพิวเตอร์ เพื่อเป็นอุปกรณ์ถ่ายทอดเสียง

   4.  กระดานข่าว (Bulletin Board System : BBS)
        เป็นบริการเสมือนบอร์ดข่าวสารที่ผู้ใช้สามารถที่จะเข้าไปแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารหรือความคิดเห็นกันได้ โดยมีหัวข้อเรื่องให้เลืแกตามความสนใจแต่ละบุคคล เปรียบเสมือนเวทีแสดงความคิดเห็นเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารกับผู้อื่นทั้วโลก ที่เรียกว่า "กลุ่มข่าว" (Newsgroup)

   5.  การส่ง SMS เข้ามือถือ
        SMS : Short Message คือ การส่งข้อความเข้าไปยังเครื่องโทรศัพท์มือถือก็คืออีกรูปแบบหนึ่งของการสื่อสารในยุคของอินเทอร์เน็ต

การศึกษา
      การท่องอินเทอร์เน็ตก็คือ การเดินเข้าไปยังห้องสมุดขนาดใหญ่ที่มีข้อมูลข่าวสารมากมายให้เราได้ค้นหา อินเทอร์เน็ตจึงมีความสำคัญมากในโลกของการศึกษาในยุคปัจจุบัน เพราะการค้นคว้าคือหัวใจในการศึกษาหาความรู้ ซึ่งบางครั้งข้อมูลต่างๆ ที่เราค้นหาได้มาจากห้องสมุดนั้นอาจจะยังไม่เพียงพอ ก็สามารถเข้าไปใช้บริการของอินเทอร์เน็ตเพื่อท่องเข้าไปยังห้องสมุดขนาดใหญ่ที่มีอยู่ทั่วโลก ทำให้เราได้ขูอมูลที่มากมายและทันสมัย โดยที่เราไม่ต้องเสียเวลาในการเดินทางไปยังห้องสมุดต่างๆเหล่านั้น ก็สามารถที่จะหาข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว

  1. การเรียนการสอนทางไกล (Distance Learning)
         เป็นรูปแบบการเรียนการสอนผ่านทางอินเทอร์เน็ต จะมีมหาวิทยาลัยในต่างประเทศที่ได้จัดตั้งรูปแบบการสอนชนิดนี้ขึ้นมา เพื่อให้บริการแก่นักศึกษาที่อยู่ต่างประเทศได้มีโอกาศเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปเรียนมหาวิทยาลัยโดยตรงแต่สามารถเรียน พูดคุยกับอาจารย์ ส่งงาน รวมทั้งการสอบ ผ่านทางอินเทอร์เน็ต ซึ่งการเรียนการสอนทางำกล จัดว่าเป็นระบบการศึกษารูปแบบใหม่

    2. บทเรียนอิเล็กทรอนิกส์ (E-Learning)
        บทเรียนอิเล็กทรอนิกส์ มีประโยช์เข้าไปค้นคว้า หรือ ศึกษาเพิ่มเติม หรือ แม้กระทั่งเรียกซ้ำนอกเหนือจากภายในห้องเรียนในเนื้อหาที่สนใจ แตาสามารถเรียนได้ด้วยตนเอง ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน หรือต้องการเรียนเมื่อไรก็สามารถที่จะทำได้

    3. ห้องสมุดเสมือน (Virtual library)
        เพื่อให้ผู้เรียนได้เข้าไปค้นคว้าหาข้อมูล บทความ ข่าวสาร ที่สนใจโดยผ่านทางเคือข่ายอินเทอร์เน็ต เป็นวิธีการที่สามารถเข้าถึงข้อมูลได้จากหลากหลายแหล่งข้อมูลทั่วโลก

        ประโยชน์และโทษของอินเทอร์เน็ต
     อินเทอร์เน็ตเป้นเทคโนจดลยีในการสื่อสารที่อิ้ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ใช้บริการแต่เป็นลักษณะของการสื่อสารผฟ่านทางอินเทอร์เน็ต
  1. สามารถติดต่อสื่อสารกับบุคคลอื่นได้ทั่วโลก
  2. สามารถค้นหาข้อมูลต่างๆได้เสมือนกับเราได้เข้าไปนั่งในห้องสมุดขนาดใหญ่ที่มีข้อมูลมากมาย
  3. เปรียบเสมือนเวทีให้ไปแสดงความคิดเห็นได้ภายในห้องสนทนา
  4. สามารถติดตามความเคลื่อนไหว ข่าวสาร จากทั่วโลกได้อย่างรวดเร็ว
  5. สามารถเปิดการค้าได้ด้วยตนเองโดยไม่ต้องหาสถานที่จัดตั้งร้านและพนักงานบริการ
  6. สามารถซื้อสินค้าโดยไม่ต้องเดินทางไปยังร้านค้า แต่สามารถสั่งซื้อผ่านทางเว็ปไซต์ใหบริการ
  7. สามารถรับ-ส่ง จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (E-mail) โดยส่งจดหมายไม่เสียค่าบริการ
  8. สามารถอ่านนิตยสาร หนังสือพิมพ์ บทความ และเรื่องราวต่างๆ ได้ฟรี เหมือนกับเราซื้อหนังสือ
  9. สามารถติประกาศข้อความต่างๆ ที่ต้องการประกาศให้ผู้อื่นได้ทราบ เช่น ประกาศ ขายบ้าน
  10. มีบริการฟรีอีกมากมายที่สามารถใช้ได้จากอินเทอร์เน็ต เช่น รูปภาพ เพลง ภาพเคลื่อนไหว
โทษของอินเทอร์เน็ต
  1. อินเทอร์เน็ตเป็นเคือข่ายขนาดใหญ่ที่มีผู้คนมากมายทำให้ไม่รู้ว่าอันไหนคือเรื่องจริง
  2. เกิดปัญหาของการละเมิดสิทธิ เช่น การดาวโหลดหนัง
  3. ก่อให้เกิดปัญหาด้านอาชญากรรมจากการเล่นอินเทอร์เน็ต เช้น การล่อลวงผู้เหญิงไปในทางมิดี
  4. ก่อให้เกิดปัญหาการหมกมุ่นของเยวชนท่ีเข้าไปในเว็บไซต์ที่ไม่เป็นประโยชน์
บัญญัติ 10 ประการของการใช้อินเทอร์เน็ต
      มารยาทในการใช้อินเทอร์เน็ต เรียกว่า บัญญัติ 10 ประการของการใช้อินเทอร์เน็ต โดยอาจารย์ยืน ภู่วรวรรณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
  1. ต้องไม่ใช้คอมพิวเตอร์ทำร้าย หรือ ละเมิดผู้อื่น
  2. ต้องไม่รบกวนการทำงานของผู้อื่น
  3. ต้องไม่สอดแนม แก้ไข หรือ เปิดดูแฟ้มข้อมูลของผู้อื่น
  4. ต้องไม่ใช้คอมพิวเตอร์เพื่อการโจมกรรมข้อมูลข่าวสาร
  5. ต้องไม่ใช้คอมพิวเตอร์สร้างหลักฐานที่เป็นเท็จ
  6. ต้องไม่คัดลองโปรแกรมของผู้อื่นที่มีลิขสิทธิ์
  7. ต้องไม่ละเมิดการใช้ทรัพยากรคอมพิวเตอร์โดยที่ตนเองไม่มีสิทธิ์
  8. ต้องไม่นำเอาผลงานของผู้อื่นมาเป็นของตน
  9. ต้องคำนึงถึงผลที่จะเกิดขึ้นกับสังคมที่เกิดจากการกระทำของท่าน
  10. ต้องใช้คมพิวเตอร์โดยเคารพกฎระเบียบ กติกา และมีมารยาท
         หน่วยงานที่มีบทบาทในอินเทอร์เน็ตของประเทศไทย
    หน่วยงานที่มีบทบาทสำคัญต่อเครือข่ายอินเทอร์เน็ตของประเทศไทย ได้แก่
  1. การสื่อสารแห่งประเทศไทย ในฐานะผู้ผูกขนาดบริการวงจรสื่อสารระหว่างประเทศ
  2. ISP - Internet Service Providers หรือผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตเชิงพาณิชย์ทั้ง 17 ราย
  3. ผู้ใหบริการอินเทอร์เน็ตแบบไม่หวังผลกำไร เช่น SchoolNet
  4. THNIC ในฐานะผู้ให้บริการจดทะเบียนชื่อโดเมนสัญชาติไทย (.th)
  5. NECTEC หรือ ศุนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ
  6. ผู้ให้บริการวงจรสื่อสารภายในประเทศ ซึ่งมีหลายรายเช่น การสื่อสารแห่งประเทศไทย              บริษัท ทศท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และบริษัทเอกชนอื่นๆ
(http://www.nectc.or.th/courseware/internet/index.html)

               แนวโน้มการใช้อินเทอร์เน็ต      
       ในอนาคตอินเทอร์เน็ตจะเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของมนุษย์มากขึ้นเพราะสิ่งที่อำนวยความสะดวกในการทำงานเพื่อทำให้งานเกิดประสิทธิภาพ
       อินเทอร์เน็ตจึงเป็นการขยายโอกาสทางการค้าให้กับธุรกิจด้านต่างๆ ที่มิได้มีการซื้อ-ขาย
สินค้าเฉพาะภายในประเทศแต่สามารถขยายการค้าได้ทั่วโลกโดยผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น